Winrate vs Risk Reward: อะไรสำคัญกว่าในโลกการลงทุน?

Photo by Rafael Minguet Delgado on Pexels
ในโลกของการลงทุน การตัดสินใจเลือกใช้ Winrate หรือ Risk Reward Ratio ในการประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุนเป็นเรื่องที่นักลงทุนหลายคนต้องเผชิญหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่จริงๆแล้ว ทั้งสองตัวชี้วัดนี้มีความสำคัญแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสถานการณ์ของแต่ละบุคคล บทความนี้จะพาท่านไปทำความเข้าใจความแตกต่างของ Winrate และ Risk Reward Ratio และวิธีการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำความเข้าใจ Winrate และ Risk Reward Ratio
Winrate: คืออัตราส่วนของจำนวนรอบที่กลยุทธ์การลงทุนให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกต่อบรรทุกจำนวนรอบทั้งหมดที่ทำการลงทุน นั่นคือ ถ้าเราลงทุนไป 10 ครั้ง และได้ผลตอบแทนที่เป็นบวก 7 ครั้ง หมายความว่า Winrate ของเราคือ 70% ตัวชี้วัดนี้บอกให้เราทราบว่ากลยุทธ์ของเรา “ถูกต้อง” กี่ครั้ง แต่ไม่ได้บอกเราเกี่ยวกับขนาดของผลตอบแทนที่ได้รับหรือความเสี่ยงที่เราเผชิญในการลงทุนแต่ละครั้ง
Risk Reward Ratio: คืออัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนและความเสี่ยงที่ต้องเผชิญในการลงทุนนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราคาดหวังว่าจะได้กำไร 100 บาทจากการลงทุน และความเสี่ยงที่จะสูญเสียคือ 50 บาท หมายความว่า Risk Reward Ratio ของเราคือ 2:1 ตัวชี้วัดนี้บอกให้เราทราบว่าเราต้องการให้กลยุทธ์ของเรา “งอกเงย” กี่เท่าก่อนที่จะเข้าทำการลงทุน
เมื่อไร Winrate จึงสำคัญกว่า?
สถานการณ์ที่ Winrate มีความสำคัญสูง
- ตลาดที่มีความผันผวนสูง: ในตลาดที่มีความผันผวนสูง ความถูกต้องของกลยุทธ์การลงทุนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าเราจะมีความเสี่ยงที่สูง แต่ถ้าเรามี Winrate ที่สูง เราสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีกว่า
- การลงทุนระยะสั้น: ในระยะสั้น ความถูกต้องของกลยุทธ์การลงทุนมีความสำคัญมากกว่า เพราะเราต้องการให้กลยุทธ์ของเรา “ทำงาน” ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
- การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อน: ในสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อน เช่น หุ้นรายตัวหรือทางเลือก (Options) ความถูกต้องของกลยุทธ์การลงทุนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเราต้องการให้กลยุทธ์ของเรา “ทำงาน” ได้อย่างแม่นยำ
ข้อควรระวังในการพึ่งพา Winrate เกินไป
- Winrate สูงไม่ได้หมายความว่ากำไรสูง: Winrate สูงอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงหรือผลตอบแทนที่ต่ำ
- Winrate อาจไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้: Winrate เป็นเพียงสถิติในอดีต ไม่สามารถใช้คาดการณ์อนาคตได้เสมอไป
- Winrate อาจบิดเบือนความจริง: Winrate อาจถูกบิดเบือนได้จากการเลือกข้อมูล (Data Mining) หรือการใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อไร Risk Reward Ratio จึงสำคัญกว่า?
สถานการณ์ที่ Risk Reward Ratio มีความสำคัญสูง
- การลงทุนระยะยาว: ในระยะยาว ความเสี่ยงและผลตอบแทนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน เพราะเราต้องการให้กลยุทธ์ของเรา “งอกเงย” มากกว่าจะ “ถูกต้อง” เฉพาะเจาะจงในแต่ละรอบ
- การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ: ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ ความเสี่ยงและผลตอบแทนมีความสำคัญมากกว่าความถูกต้อง
- การลงทุนที่ต้องการความมั่นคง: ถ้าเป้าหมายคือความมั่นคง เราต้องการให้กลยุทธ์ของเรา “ไม่เสีย” มากกว่าจะ “ได้กำไร” มาก
ข้อควรระวังในการพึ่งพา Risk Reward Ratio เกินไป
- Risk Reward Ratio สูงไม่ได้หมายความว่า Winrate สูง: Risk Reward Ratio สูงอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงหรือความถูกต้องที่ต่ำ
- Risk Reward Ratio อาจไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้: Risk Reward Ratio เป็นเพียงสถิติในอดีต ไม่สามารถใช้คาดการณ์อนาคตได้เสมอไป
- Risk Reward Ratio อาจบิดเบือนความจริง: Risk Reward Ratio อาจถูกบิดเบือนได้จากการเลือกข้อมูล (Data Mining) หรือการใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง
สรุป
Winrate และ Risk Reward Ratio เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญทั้งคู่ในโลกของการลงทุน แต่ไม่มีตัวชี้วัดใดที่สำคัญกว่าตัวชี้วัดอื่นๆเสมอไป การเลือกใช้ Winrate หรือ Risk Reward Ratio ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสถานการณ์ของแต่ละบุคคล นักลงทุนควรทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองตัวชี้วัด และนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ การผสมผสานทั้ง Winrate และ Risk Reward Ratio อย่างเหมาะสมจะช่วยให้กลยุทธ์การลงทุนของคุณมีความสมดุลและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


