Drawdown คืออะไร และควบคุมยังไง – 21 กรกฎาคม 2569

ทำความรู้จักกับ Drawdown: ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในตลาดการเงิน

Drawdown คืออะไร และควบคุมยังไง

Photo by AlphaTradeZone on Pexels

Drawdown คือคำที่ใช้ในวงการการเงินและการลงทุน ซึ่งหมายถึง “การขาดทุนสะสม” หรือ “การลดลงของผลตอบแทน” เมื่อเทียบกับยอดสูงสุดที่เคยถึงมาก่อน Drawdown ไม่ได้หมายถึงการขาดทุนในครั้งเดียว แต่คือการที่ผลตอบแทนลดลงอย่างต่อเนื่องจากจุดสูงสุด โดยอาจมีการฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง Drawdown สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง และเป็นตัวบ่งชี้ถึงความผันผวนและความเสี่ยงของสินทรัพย์หรือพอร์ตการลงทุนของคุณ

การเข้าใจ Drawdown อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน เพราะสามารถช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวัด Drawdown จะช่วยให้คุณทราบว่าพอร์ตการลงทุนของคุณสามารถทนต่อความผันผวนได้แค่ไหน และสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการปรับสมดุลพอร์ต (Portfolio Rebalancing) หรือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้

ประเภทของ Drawdown

Drawdown สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ:

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่ง Drawdown ตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้น เช่น:

ทำไม Drawdown ถึงสำคัญสำหรับนักลงทุน

Drawdown เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับนักลงทุน เพราะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพอร์ตการลงทุนของคุณ ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Drawdown มีความสำคัญ:

1. วัดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

Drawdown ช่วยให้คุณทราบว่าพอร์ตการลงทุนของคุณสามารถทนต่อความผันผวนได้แค่ไหน หาก Drawdown มีค่าสูง แสดงว่าพอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง

2. ประเมินผลการดำเนินงานของกลยุทธ์การลงทุน

Drawdown ช่วยให้คุณประเมินผลการดำเนินงานของกลยุทธ์การลงทุนของคุณ หากกลยุทธ์การลงทุนมี Drawdown ที่สูง แสดงว่ากลยุทธ์นั้นมีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ

3. วางแผนการลงทุน

Drawdown ช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณสามารถใช้ Drawdown เพื่อกำหนดเป้าหมายการลงทุน ปรับสมดุลพอร์ต และเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่คุณสามารถทนได้

วิธีคำนวณ Drawdown

ขั้นตอนการคำนวณ Drawdown:

  1. ระบุยอดสูงสุด (Peak Value): คือค่าสูงสุดที่พอร์ตการลงทุนเคยถึงมาก่อน
  2. ระบุยอดต่ำสุด (Trough Value): คือค่าต่ำสุดที่พอร์ตการลงทุนเคยถึงในช่วงเวลาที่กำหนด
  3. คำนวณความแตกต่าง: ลบยอดต่ำสุดออกจากยอดสูงสุด
  4. คำนวณ Drawdown: หารความแตกต่างด้วยยอดสูงสุด แล้วคูณด้วย 100 เพื่อแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์

ตัวอย่าง:

หากพอร์ตการลงทุนของคุณเคยมีค่าสูงสุดอยู่ที่ 100,000 บาท และปัจจุบันมีค่าเท่ากับ 80,000 บาท Drawdown จะเท่ากับ (100,000 – 80,000) / 100,000 * 100 = 20%

วิธีการควบคุม Drawdown

1. กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน

กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน เช่น เป้าหมายในการสร้างผลตอบแทน เป้าหมายในการรักษาเงินทุน และเป้าหมายในการจัดการความเสี่ยง

2. กระจายความเสี่ยง (Diversification)

กระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่างกัน เช่น หุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ และทองคำ การกระจายความเสี่ยงจะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุนของคุณ

3. ใช้ Stop-Loss Order

ใช้ Stop-Loss Order เพื่อป้องกันการขาดทุนที่มากเกินไป Stop-Loss Order คือคำสั่งที่กำหนดราคาขายสินทรัพย์หากราคาปรับตัวลดลงถึงระดับที่กำหนดไว้

4. ปรับสมดุลพอร์ต (Portfolio Rebalancing)

ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนของคุณอย่างสม่ำเสมอ โดยซื้อขายสินทรัพย์ที่สูญเสียเงินทุน และขายสินทรัพย์ที่ทำกำไร การปรับสมดุลพอร์ตจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณกลับมาสู่สัดส่วนที่กำหนดไว้เดิม

5. ศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลตลาด

ศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูล และหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป

6. ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)

ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อช่วยวางแผนการเข้าและออกจากตลาด การวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์แนวโน้มของราคาได้ และสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

Drawdown เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับนักลงทุน เพราะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพอร์ตการลงทุนของคุณ การควบคุม Drawdown สามารถทำได้โดยการกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน การกระจายความเสี่ยง การใช้ Stop-Loss Order การปรับสมดุลพอร์ต การศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลตลาด และการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค การเข้าใจและควบคุม Drawdown จะช่วยให้คุณสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายการลงทุนของคุณได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *