ทำความรู้จัก Drawdown คืออะไร

Photo by AlphaTradeZone on Pexels
Drawdown คือคำศัพท์ที่ใช้ในวงการการเงินและการลงทุน ซึ่งหมายถึงการขาดทุนสูงสุดที่ผู้ลงทุนหรือกองทุนที่จัดการการลงทุนประสบจากยอดสูงสุด (peak) ไปยังยอดต่ำสุด (trough) ของผลตอบแทนที่ได้รับ Drawdown นั้นเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ใช้วัดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนที่เน้นการลงทุนในระยะยาว (long-term investors) โดยทั่วไปแล้ว Drawdown จะถูกวัดในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่า 10% ถือว่าเป็นระดับที่ยอมรับได้ แต่ถ้าสูงกว่านี้ ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง
ความสำคัญของ Drawdown ในการลงทุน
Drawdown มีความสำคัญอย่างมากสำหรับนักลงทุน เพราะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในพอร์ตการลงทุน หากพอร์ตการลงทุนมี Drawdown ที่สูง แสดงว่ามีความผันผวนสูงและอาจทำให้เกิดความเสียหายได้มากหากเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ Drawdown ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสามารถในการจัดการความเสี่ยงของผู้จัดการกองทุน (portfolio manager) หรือที่ปรึกษาการเงิน (financial advisor) ด้วย
นักลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง (aggressive investors) อาจยอมรับ Drawdown ที่สูงกว่าได้ เพราะมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่สำหรับนักลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ (conservative investors) อาจต้องการ Drawdown ที่ต่ำกว่าเพื่อรักษาเงินทุนไว้ให้ได้มากที่สุด
ประเภทของ Drawdown
Drawdown มีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะวัดการขาดทุนในลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้
- Maximum Drawdown (Max DD): คือการขาดทุนสูงสุดที่เกิดขึ้นระหว่างการลงทุน โดยวัดจากยอดสูงสุดไปยังยอดต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด
- Drawdown สะสม (Cumulative Drawdown): คือการขาดทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด โดยรวมทั้งการขาดทุนที่เกิดขึ้นติดต่อกันและขาดทุนที่เกิดขึ้นไม่ต่อเนื่องกัน
- Drawdown ปัจจุบัน (Current Drawdown): คือการขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน โดยวัดจากยอดสูงสุดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปยังยอดต่ำสุดในปัจจุบัน
- Drawdown ถาวร (Permanent Drawdown): คือการขาดทุนที่ไม่สามารถกู้คืนได้ หรือพูดง่ายๆ คือเงินทุนที่สูญเสียไปแล้วและไม่สามารถนำกลับมาได้อีก
วิธีการคำนวณ Drawdown
การคำนวณ Drawdown มีหลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับประเภทของ Drawdown ที่ต้องการวัด ตัวอย่างเช่น การคำนวณ Maximum Drawdown (Max DD) สามารถทำได้ดังนี้:
- ระบุยอดสูงสุด (peak): คือจุดที่พอร์ตการลงทุนมีมูลค่าสูงสุดในช่วงเวลาที่กำหนด
- ระบุยอดต่ำสุด (trough): คือจุดที่พอร์ตการลงทุนมีมูลค่าต่ำสุดหลังจากยอดสูงสุด
- คำนวณความแตกต่าง (difference): คือมูลค่าของพอร์ตการลงทุนที่ต่ำกว่ายอดสูงสุด
- คำนวณเปอร์เซ็นต์ (percentage): คือผลลัพธ์จากขั้นตอนที่ 3 หารด้วยยอดสูงสุด แล้วคูณด้วย 100 เพื่อแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์
ตัวอย่างเช่น หากพอร์ตการลงทุนมีมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท และมีมูลค่าต่ำสุด 70,000 บาท หลังจากยอดสูงสุด ความแตกต่างคือ 30,000 บาท และเปอร์เซ็นต์คือ 30%
วิธีการควบคุม Drawdown
การควบคุม Drawdown คือการลดความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อให้ Drawdown อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ มีหลายวิธีในการควบคุม Drawdown ดังนี้:
1. การกระจายความเสี่ยง (Diversification)
- ลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท: เช่น หุ้น พันธบัตร ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
- ลงทุนในตลาดหลายแห่ง: เช่น ตลาดสหรัฐอเมริกา ตลาดยุโรป ตลาดเอเชีย เพื่อกระจายความเสี่ยงที่เกิดจากตลาดใดตลาดหนึ่ง
- ลงทุนในบริษัทหลายแห่ง: แทนที่จะลงทุนในบริษัทเพียงแห่งเดียว ควรกระจายการลงทุนไปยังบริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน
2. การใช้ Stop-Loss
- กำหนดระดับ stop-loss: คือระดับราคาที่จะขายสินทรัพย์ทันทีเมื่อราคาลงถึงระดับนั้น เพื่อป้องกันการขาดทุนที่มากเกินไป
- ใช้ stop-loss ในหลายระดับ: แทนที่จะใช้ stop-loss แค่ระดับเดียว อาจใช้ stop-loss ในหลายระดับเพื่อให้สามารถออกจากตลาดได้ทันทีเมื่อราคาลงถึงระดับที่กำหนด
- ปรับระดับ stop-loss ตามสถานการณ์: อาจต้องปรับระดับ stop-loss ตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
3. การจัดการการลงทุน (Position Sizing)
- ลงทุนในปริมาณที่เหมาะสม: คือการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละตัวไม่มากเกินไป เพื่อให้สามารถรับมือกับการขาดทุนได้
- ลดปริมาณการลงทุนเมื่อตลาดผันผวน: เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง ควรลดปริมาณการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง
- ใช้การลงทุนแบบกระจาย (spread betting): คือการลงทุนในสินทรัพย์หลายตัวพร้อมกัน เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
สรุป
Drawdown คือการขาดทุนสูงสุดที่เกิดขึ้นระหว่างการลงทุน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ใช้วัดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน การควบคุม Drawdown สามารถทำได้โดยการกระจายความเสี่ยง การใช้ stop-loss และการจัดการการลงทุน นักลงทุนควรทำความเข้าใจถึงความหมายและประเภทของ Drawdown และเลือกวิธีการควบคุมที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง


