ทำความเข้าใจตลาด Sideway

Photo by Rômulo Queiroz on Pexels
ตลาด Sideway หรือที่เรียกว่า “ตลาดแคบ” คือสถานการณ์ที่ราคาหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน และเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงราคาที่แคบคล้ายกับการเดินทางในแนวราบ แทนที่จะมีทิศทางขาขึ้นหรือขาลงอย่างชัดเจน ลักษณะเด่นของตลาด Sideway คือความไม่แน่นอนและความยากในการทำกำไร เพราะราคาไม่เคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาด Sideway มักเกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีข่าวสารสำคัญ หรือเมื่อราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นหรือลงมาแล้ว นักลงทุนรอคอยปัจจัยบวกหรือลบเพิ่มเติม เพื่อตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป ตลาด Sideway อาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้นหรือระยะยาว ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อตลาด
เหตุผลที่ตลาด Sideway เกิดขึ้น
ตลาด Sideway อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น
*
**ไม่มีปัจจัยกระตุ้น:** ตลาดอาจอยู่ในช่วงที่ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ ที่จะกระตุ้นให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ
*
**การปรับตัวของนักลงทุน:** นักลงทุนอาจอยู่ในช่วงที่ปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ๆ และยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอาจทำให้นักลงทุนลังเลที่จะลงทุนและทำให้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบๆ
กลยุทธ์การเทรดในตลาด Sideway
การเทรดในตลาด Sideway ต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากการเทรดในตลาดที่มีทิศทางชัดเจน กลยุทธ์ที่สามารถใช้ได้ในตลาด Sideway ได้แก่:
1. กลยุทธ์ Breakout
กลยุทธ์ Breakout คือการรอให้ราคาหุ้นหรือสินทรัพย์ขั้นทะลุแนวต้านหรือแนวรับ แล้วจึงทำการซื้อหรือขายตามทิศทางของราคาที่ทะลุออกไป กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยง เพราะราคาอาจไม่ทะลุออกไปจริง หรืออาจทะลุออกไปแล้วกลับมาเคลื่อนไหวในตลาด Sideway อีกครั้ง
2. กลยุทธ์ RSI (Relative Strength Index)
RSI คือ Indicator ที่ใช้วัดความแรงของราคา ถ้า RSI สูงเกินไป อาจบ่งบอกว่าราคาหุ้นหรือสินทรัพย์มีการซื้อเกิน (Overbought) และอาจปรับตัวลง ถ้า RSI ต่ำเกินไป อาจบ่งบอกว่าราคาหุ้นหรือสินทรัพย์มีการขายเกิน (Oversold) และอาจปรับตัวขึ้น
3. กลยุทธ์ Range Trading
กลยุทธ์ Range Trading คือการเทรดในช่วงราคาที่ราคาหุ้นหรือสินทรัพย์เคลื่อนไหวอยู่ โดยซื้อเมื่อราคาอยู่ใกล้แนวรับ และขายเมื่อราคาอยู่ใกล้แนวต้าน กลยุทธ์นี้ต้องใช้การวิเคราะห์กราฟอย่างละเอียด เพื่อระบุแนวรับและแนวต้านที่ชัดเจน
ความเสี่ยงและจุดอ่อนของตลาด Sideway
การเทรดในตลาด Sideway มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง
-
**ความเสี่ยงในการขาดทุน:** ตลาด Sideway มักมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่แน่นอน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการขาดทุนได้ง่าย
-
**ความเสี่ยงในการทำกำไร:** การทำกำไรในตลาด Sideway อาจยากกว่าในตลาดที่มีทิศทางชัดเจน เพราะราคาไม่เคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ
-
**ความเสี่ยงในการใช้เงินทุนมากเกินไป:** การใช้เงินทุนมากเกินไปเพื่อเทรดในตลาด Sideway อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น
บัญชีและสินทรัพย์ที่เหมาะสำหรับการเทรด Sideway
การเลือกบัญชีและสินทรัพย์ที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเทรด Sideway ได้
-
**บัญชีที่มี Margin Call ต่ำ:** บัญชีที่มี Margin Call ต่ำจะช่วยลดความเสี่ยงในการขาดทุน
-
**สินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ:** สินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำจะเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญน้อยกว่า ทำให้ลดความเสี่ยงในการขาดทุน
-
**สินทรัพย์ที่มี Volume สูง:** สินทรัพย์ที่มี Volume สูงจะมีการซื้อขายมาก ทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
การบริหารจัดการความเสี่ยงในการเทรด Sideway
การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในการเทรด Sideway
-
**กำหนด Stop Loss:** Stop Loss คือระดับราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขาดทุนที่มากเกินไป
-
**ใช้ Position Sizing ที่เหมาะสม:** Position Sizing คือการกำหนดขนาดของตำแหน่งการเทรด เพื่อให้เป็นไปตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
-
**ไม่ใช้เงินทุนมากเกินไป:** ไม่ควรใช้เงินทุนมากเกินไปในการเทรด Sideway เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่สูงขึ้น
สรุป
การเทรดในตลาด Sideway ต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากการเทรดในตลาดที่มีทิศทางชัดเจน ต้องนำเทคนิคต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และต้องบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุนและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร จำไว้ว่าตลาด Sideway ไม่ใช่ตลาดที่ทำกำไรได้ง่าย ต้องมีความอดทนและใช้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ตลาดอย่างถี่ถ้วน


