Breakout Strategy คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Photo by Leeloo The First on Pexels
Breakout Strategy หรือ “กลยุทธ์การซื้อขายเมื่อราคาหลุดพ้นแนวรับ-แนวต้าน” คือการใช้ราคาที่ “หลุด” ออกจากกรอบการเคลื่อนไหวเดิม ซึ่งอาจเป็นแนวรับ แนวต้าน หรือรูปแบบกราฟ สัญญาณ Breakout นี้บ่งบอกว่ามีความแข็งแกร่งทางด้านใดด้านหนึ่งของตลาดอย่างมาก ถ้าเป็น Breakout ด้านขึ้น แสดงว่าตลาดกำลังจะขึ้นไปต่อ ถ้าเป็น Breakout ด้านลง แสดงว่าตลาดกำลังจะลงต่อ Breakout Strategy เป็นที่นิยมเพราะสามารถให้ผลตอบแทนที่รวดเร็วและชัดเจน แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
กลไกการเกิด Breakout
Breakout เกิดขึ้นได้เมื่อราคาหลุดออกจากกรอบการเคลื่อนไหวเดิมอย่างน้อย 2-3% และต้องยืนยันการยืนอยู่เหนือหรือต่ำกว่ากรอบนั้นอย่างน้อย 2-3 เวลา (เช่น 2-3 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์) การยืนยันนี้สำคัญมาก เพราะราคาอาจย้อนกลับมาอยู่ในกรอบเดิมได้อีกถ้าไม่มีแรงซื้อหรือแรงขายที่เพียงพอ Breakout ที่แท้จริงต้องมีการปรับปรุง Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนด้วย
5 Tips & Tricks ที่หลายคนไม่รู้ในการใช้ Breakout Strategy
1. ทำให้ Breakout ยืนยันได้ก่อนเข้าสัญญาณ
หลายคนเร่งรีบเข้าสัญญาณเมื่อราคาหลุดออกจากกรอบ แต่ลืมที่จะให้เวลา Breakout ให้ยืนยันตัวเองก่อน ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังรอราคาหลุดออกจากแนวรับ ให้รออย่างน้อย 2 วัน (หรือ 2 เวลา) เพื่อให้แน่ใจว่าราคาไม่ได้กลับเข้ามาในกรอบเดิม การยืนยัน Breakout ทำให้คุณลดความเสี่ยงของการเข้าสัญญาณผิดพลาด
2. ใช้ Breakout ในตลาดที่มีปริมาณซื้อขายสูง
Volume หรือปริมาณซื้อขายเป็นสัญญาณที่สำคัญมากในการยืนยัน Breakout ถ้า Breakout ที่เกิดขึ้นมี Volume ที่ต่ำ แสดงว่าอาจจะเป็นแค่การพักตัวชั่วคราว ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางที่แท้จริง ดังนั้น ควรเลือกใช้ Breakout Strategy ในตลาดที่มี Volume สูง และให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ Volume ประกอบ
3. ผสมผสาน Breakout กับแนวรับ-แนวต้าน
Breakout Strategy ไม่จำเป็นต้องใช้คนเดียวได้ ลองผสมผสันกับการวิเคราะห์แนวรับ-แนวต้านเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา Breakout ออกจากแนวรับ ลองดูว่ามีแนวรับอื่นที่แข็งแกร่งกว่าหรือไม่ และแนวรับนั้นจะเป็นจุดซื้อที่ดีหรือไม่ การผสมผสานนี้จะช่วยให้คุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนและลดความเสี่ยง
4. ใช้ Stop Loss ที่เหมาะสมกับ Breakout
เสี่ยงน้อยที่สุดในการซื้อขายคือการใช้ Stop Loss อย่าเข้าสัญญาณ Breakout โดยไม่มี Stop Loss เพราะคุณอาจจะเสียเงินทั้งหมดได้ วาง Stop Loss ให้ต่ำกว่าระดับราคาที่ Breakout เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการสูญเสีย ถ้าราคาทะลุ Stop Loss ของคุณ แสดงว่า Breakout นั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณคาดหวัง
5. ไม่ข้ามไปที่ค่าต่างๆ มากเกินไป
บางครั้งเราอาจใช้ค่าต่างๆ มากเกินไปจนทำให้กลายเป็นของหนักสำหรับตัวเอง ลองใช้ค่าต่างๆ ที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ใช้ Volume ไปก่อน แล้วค่อยดูค่าอื่นๆ ทีหลัง อย่าเป็นคนที่ใช้ค่าต่างๆ มากมาย จนคุณไม่สามารถตัดสินใจได้
- ให้ Breakout ยืนยันตัวเองก่อนเข้าสัญญาณ
- เลือกใช้ Breakout ในตลาดที่มีปริมาณซื้อขายสูง
- ผสมผสัน Breakout กับแนวรับ-แนวต้านเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
- ใช้ Stop Loss ที่เหมาะสมกับ Breakout
- ไม่ข้ามไปที่ค่าต่างๆ มากเกินไป
สรุป
Breakout Strategy เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการซื้อขาย แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ Breakout ยืนยันตัวเองก่อนเข้าสัญญาณ การใช้ Volume เพื่อยืนยัน Breakout การผสมผสันกับแนวรับ-แนวต้าน การใช้ Stop Loss และการเลือกใช้ค่าต่างๆ ที่จำเป็นเท่านั้น จะช่วยให้คุณใช้ Breakout Strategy ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการลงทุน


