“ซื้อถูก ขายแพง” แต่จุดยากคือเราไม่รู้ว่า อะไรคือถูก, อะไรคือแพง, และราคาจะวิ่งสวนเราได้นานแค่ไหนก่อนจะถูกทาง วิธีคิดที่ใช้คณิตศาสตร์ได้จริงคือเปลี่ยนจาก “เดาทิศทาง” เป็น “วัดความได้เปรียบ + จำกัดความเสียหาย”
1. คิดเป็น Expected Value
ทุกกลยุทธ์ต้องตอบสมการนี้ให้ได้:
EV = (WinRate × AvgWin) - (LossRate × AvgLoss) - Cost
ตัวอย่าง:
ชนะ 45%
กำไรเฉลี่ย $12
แพ้ 55%
ขาดทุนเฉลี่ย $7
ต้นทุนรวม $1
EV = (0.45 × 12) - (0.55 × 7) - 1
EV = 5.4 - 3.85 - 1 = +0.55
ถ้า EV เป็นบวกในระยะยาว กลยุทธ์ “พอมีเหตุผล” ถ้า EV ติดลบ ต่อให้แม่นบ่อยก็อาจเจ๊งได้
2. นิยาม “ถูก/แพง” ด้วยสถิติ ไม่ใช่ความรู้สึก
เช่นใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน:
Z-score = (ราคาปัจจุบัน - ค่าเฉลี่ย) / ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
แนวคิด mean reversion:
ถ้า Z < -2 = ราคาต่ำกว่าปกติมาก อาจพิจารณาซื้อ
ถ้า Z > +2 = ราคาสูงกว่าปกติมาก อาจพิจารณาขายหรือปิดกำไร
แต่ต้องมี stop loss เพราะบางครั้ง “ถูกแล้ว” ยังถูกลงได้อีกมาก
3. ใช้ Risk/Reward เป็นตัวกรอง
ก่อนเข้าเทรดต้องรู้ 3 จุด:
Entry = จุดเข้า
Stop = จุดยอมแพ้
Target = จุดทำกำไร
สมการ:
Risk = |Entry - Stop|
Reward = |Target - Entry|
R:R = Reward / Risk
ถ้าเสี่ยง $10 เพื่อหวัง $20 คือ R:R = 2
กลยุทธ์แบบนี้ไม่ต้องชนะ 70% ก็อยู่รอดได้
จุดคุ้มทุนโดยประมาณ:
Break-even WinRate = 1 / (1 + R:R)
ถ้า R:R = 2:
1 / (1 + 2) = 33.3%
แปลว่าถ้าชนะเกิน 33.3% หลังหักต้นทุน กลยุทธ์เริ่มมีโอกาสบวก
4. กำหนดขนาด lot ด้วยความเสี่ยงต่อไม้
อย่าเริ่มจาก “จะเปิดกี่ lot” ให้เริ่มจาก “ถ้าผิด จะยอมเสียกี่ % ของทุน”
Risk Money = Equity × Risk%
Position Size = Risk Money / Stop Distance
เช่นทุน $1,000 เสี่ยง 1% = $10
ถ้า stop ห่าง $5 ต่อหน่วย ก็เปิดขนาดที่ถ้าชน stop แล้วเสียประมาณ $10 เท่านั้น
5. ใช้ Kelly Criterion แบบระวัง
สูตรแนวคิด:
f = p - ((1 - p) / b)
โดย:
p = โอกาสชนะ
b = กำไรเฉลี่ย / ขาดทุนเฉลี่ย
f = สัดส่วนทุนที่ควรเสี่ยงตามทฤษฎี
แต่ในตลาดจริงค่า p และ b ไม่แน่นอนมาก จึงมักใช้แค่ ครึ่ง Kelly หรือหนึ่งในสี่ Kelly เพื่อลดโอกาสพอร์ตพัง
6. กลยุทธ์ที่เป็นระบบสำหรับทองคำ
ตัวอย่างกรอบง่าย ๆ:
Trend Filter:
ถ้าราคาอยู่เหนือ EMA 200 ให้หาแต่จังหวะ Buy
ถ้าราคาอยู่ใต้ EMA 200 ให้หาแต่จังหวะ Sell
Entry:
รอ RSI ต่ำกว่า 30 ในขาขึ้น แล้วราคากลับมายืนเหนือ EMA สั้น
Exit:
ตั้ง SL ใต้ swing low
ตั้ง TP อย่างน้อย 1.5R หรือ 2R
Risk:
เสี่ยงไม่เกิน 0.5%-1% ต่อไม้
หยุดเทรดเมื่อเสียครบ 3 ไม้ต่อวัน
หัวใจคือไม่ใช่ indicator ตัวไหนวิเศษ แต่คือทุกไม้ต้องมี:
เข้าเพราะอะไร
ผิดตรงไหน
เสียได้เท่าไหร่
ออกกำไรตรงไหน
สถิติระยะยาวเป็นบวกไหม
สิ่งที่ควรจำที่สุด: ตลาดไม่ได้จ่ายเงินให้คนที่ “ทายถูก” เฉย ๆ แต่จ่ายให้คนที่ เมื่อถูกได้มากกว่าเมื่อผิด และเมื่อผิดเสียเล็กพอที่จะอยู่รอด คณิตศาสตร์ของการเทรดจึงไม่ใช่การหาสูตรทำนายราคา 100% แต่คือการสร้างเกมที่มี EV บวก แล้วเล่นซ้ำด้วย risk ที่ไม่ทำให้พอร์ตตายก่อน edge จะแสดงผล
แหล่งอ้างอิงความเสี่ยง: SEC: Day Trading Risk, CFTC: Retail Forex Rules/Risks

