Drawdown คืออะไร?

Photo by Rafael Minguet Delgado on Pexels
Drawdown หรือการลดลงของมูลค่าพอร์ตการลงทุน เป็นสถานการณ์ที่ราคาของสินทรัพย์ลงทุนในพอร์ตของเราลดลงจากจุดสูงสุดเดิม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของตลาด, อุปสรรคทางเศรษฐกิจ, หรือปัจจัยเฉพาะของบริษัทที่ลงทุน Drawdown เป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ต้องการ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนและความสามารถในการทำกำไรของเรา
การวัด Drawdown ทำได้โดยการคำนวณจาก “Peak to Trough” คือ จุดสูงสุดของมูลค่าพอร์ต ลบด้วยจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ส่วน “Maximum Drawdown” คือ Drawdown ที่สูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด Drawdown เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ทำไม Drawdown ถึงสำคัญสำหรับนักลงทุน?
ผลกระทบต่อจิตใจ
Drawdown ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ของนักลงทุน การดูราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียด, ความกังวล, หรือแม้กระทั่งความผิดหวัง ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ เช่น การขายสินทรัพย์ที่ยังไม่ถึงเวลาขายจริง
การจัดการกับอารมณ์และการรักษาวินัยเป็นสิ่งสำคัญในการเผชิญกับ Drawdown การวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ล่วงหน้าจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ดียิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาว
Drawdown ที่สูงและยาวนานสามารถลดผลตอบแทนในระยะยาวของพอร์ตการลงทุนได้ การที่ราคาลงทุนของเราลดลงมาก จะทำให้เราต้องใช้เวลานานขึ้นในการกลับมายังระดับเดิม หรือแม้กระทั่งสูญเสียโอกาสในการทำกำไรจากสินทรัพย์ที่ลงทุน
นอกจากนี้ Drawdown ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง จะทำให้ความผันผวนของพอร์ตสูงขึ้น ส่งผลให้เราเสี่ยงต่อการขาดทุนมากขึ้นในระยะยาว การจัดการ Drawdown อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
วิธีการควบคุม Drawdown อย่างมีประสิทธิภาพ
การกระจายความเสี่ยง (Diversification)
การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภท เช่น หุ้น, พันธบัตร, ที่ดิน, และสินค้าโภคภัณฑ์ จะช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
- ลงทุนในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายในประเทศ
- ลงทุนในหุ้นหลายอุตสาหกรรม
- ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance)
การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้เราเลือกสินทรัพย์ลงทุนที่เหมาะสมกับสภาพคล่องและความสามารถในการรับความเสี่ยงของเรา
- ประเมินความเสี่ยงของตนเอง
- เลือกสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ติดตามและปรับเปลี่ยนระดับความเสี่ยงตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเผชิญกับ Drawdown
การตัดสินใจโดยไม่รอบคอบ
อย่าตัดสินใจขายสินทรัพย์ที่ยังไม่ถึงเวลาขายจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนในระยะสั้น
- อย่าตัดสินใจโดยอิงจากอารมณ์
- อย่าตัดสินใจตามกระแส
- อย่าตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูล
การไม่ปรับพอร์ตการลงทุน
อย่าละเลยการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
- ติดตามตลาดและปรับพอร์ตตามความจำเป็น
- ปรับสัดส่วนการลงทุนหากจำเป็น
- ปรับกลยุทธ์การลงทุนตามสถานการณ์
สรุป
Drawdown เป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ต้องการ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนและความสามารถในการทำกำไรของเรา แต่เราสามารถจัดการ Drawdown ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการกระจายความเสี่ยง, การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้, และการวางแผนล่วงหน้า การหลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยไม่รอบคอบและการไม่ปรับพอร์ตการลงทุน จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับ Drawdown ได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จในการลงทุนในระยะยาว


