Drawdown คืออะไร และควบคุมยังไง – 9 กันยายน 2569

Drawdown คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Drawdown คืออะไร และควบคุมยังไง

Photo by Rafael Minguet Delgado on Pexels

Drawdown คือคำศัพท์ที่ใช้ในวงการการเงินและการลงทุน ซึ่งหมายถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการสูญเสียที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนที่คาดหวัง หรือการสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์ลงทุนลดลงจากจุดสูงสุดที่เคยมีมา (Peak) ไปยังจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง (Trough) Drawdown เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน เนื่องจากสามารถบอกเราได้ว่าพอร์ตการลงทุนของเราสามารถรับมือกับการสูญเสียได้มากน้อยแค่ไหน และสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็วแค่ไหน

Drawdown มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน เพราะการสูญเสียจากการลงทุนไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลข แต่ยังเป็นเรื่องของความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายทางการเงินของเรา การทำความเข้าใจ Drawdown จึงเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการลงทุนให้เหมาะสม และสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Drawdown ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินความเหมาะสมของผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) หรือกลยุทธ์การลงทุน (Investment Strategy) ต่างๆ อีกด้วย

ปัญหาที่เกิดจาก Drawdown และผลกระทบต่อการลงทุน

ความเครียดและความกดดันทางอารมณ์

หนึ่งในปัญหาที่เกิดจาก Drawdown ที่สำคัญที่สุดคือความเครียดและความกดดันทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับนักลงทุน ความสูญเสียจากการลงทุนที่เกิดขึ้นเร็วและมาก อาจทำให้นักลงทุนรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล และตัดสินใจลงทุนในทางที่ผิดพลาดได้ง่าย เช่น การขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำในช่วงที่ตลาดไม่ดี หรือการตัดทุนขาดทุน (Cutting Losses) เพื่อพยายามที่จะ “กู้คืน” ความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ความเครียดและความกดดันทางอารมณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว ทำให้นักลงทุนไม่สามารถยึดมั่นในกลยุทธ์การลงทุนที่วางไว้ได้ และอาจนำไปสู่การลงทุนที่ไม่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองได้

ผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน

Drawdown ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมาก อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของนักลงทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่มีเงินทุนจำกัด หากตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสินทรัพย์ที่ลงทุนลดลงอย่างมาก อาจทำให้ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ทันท่วงที หรืออาจต้องขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่คาดหวัง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสูญเสียที่มากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ Drawdown ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไม่สามารถนำเงินทุนไปใช้ในโอกาสทางการเงินอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้พลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นไปอีก

ความไม่เชื่อมั่นในตลาดและผู้จัดการกองทุน

Drawdown ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในตลาดและผู้จัดการกองทุนได้ นักลงทุนอาจเริ่มสงสัยในความสามารถของผู้จัดการกองทุนในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน และอาจเริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ ในการลงทุน ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตการลงทุนได้

นอกจากนี้ Drawdown ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวม และอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่จะหยุดลงทุนในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางการเงินในระยะยาวของตนเองได้

วิธีการควบคุม Drawdown ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

กำหนดระดับ Drawdown ที่ยอมรับได้ (Maximum Drawdown)

การกำหนดระดับ Drawdown ที่ยอมรับได้เป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงของการลงทุน นักลงทุนควรกำหนดระดับ Drawdown ที่ตนเองสามารถรับได้ โดยพิจารณาจากเป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ หาก Drawdown เกินระดับที่กำหนด นักลงทุนควรพิจารณาปรับกลยุทธ์การลงทุน หรือหยุดลงทุนในชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

การกำหนดระดับ Drawdown ที่ยอมรับได้ ควรทำโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความรู้ความเข้าใจในตลาดทุน, ประสบการณ์ในการลงทุน, และสภาพคล่องทางการเงิน ตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนสูง อาจสามารถรับ Drawdown ที่สูงกว่านักลงทุนที่มีประสบการณ์น้อย หรือนักลงทุนที่มีสภาพคล่องทางการเงินสูง อาจสามารถรับ Drawdown ที่สูงกว่านักลงทุนที่มีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ

กระจายความเสี่ยง (Diversification)

การกระจายความเสี่ยงเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการลดความเสี่ยงของการลงทุน โดยการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้น, พันธบัตร, ทองคำ, และอสังหาริมทรัพย์ ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงที่ต่ำลง และสามารถลดผลกระทบจากการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งได้

การกระจายความเสี่ยง ควรทำโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างสินทรัพย์ต่างๆ ในพอร์ตการลงทุน หากสินทรัพย์ต่างๆ มีความสัมพันธ์กันสูง การกระจายความเสี่ยงอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้น นักลงทุนควรพยายามเลือกสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กันต่ำ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงที่ต่ำลง และสามารถลดผลกระทบจากการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งได้

ใช้เครื่องมือจำกัดความเสี่ยง (Risk Management Tools)

เครื่องมือจำกัดความเสี่ยง (Risk Management Tools) เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการความเสี่ยงของการลงทุน โดยสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อจำกัดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน เช่น การตั้ง Stop Loss Order, การใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง, และการสอดส่องสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด

การใช้เครื่องมือจำกัดความเสี่ยง ควรทำโดยพิจารณาจากความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ และความสามารถในการจัดการความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่ไม่ต้องการเสี่ยงมากนัก อาจใช้ Stop Loss Order เพื่อลimit ความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น หรือนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น อาจใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ต้องระมัดระวังในการใช้ Leverage เนื่องจาก Leverage สามารถทำให้เกิดความสูญเสียที่มากขึ้นได้หากตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เป็นผลดีต่อการลงทุน

ตัวอย่างสถานการณ์และวิธีการควบคุม Drawdown

สภาวะตลาดผันผวน (Market Volatility)

ในสภาวะตลาดผันผวน ราคาสินทรัพย์อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้เกิด Drawdown ที่สูงขึ้นได้ นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และพิจารณาใช้เครื่องมือจำกัดความเสี่ยง เพื่อลimit ความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนต้องการลงทุนในหุ้น แต่ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในช่วงผันผวน นักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ หรือลงทุนในหุ้นที่มี Dividend Yield สูง เพื่อลimit ความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนอาจพิจารณาใช้ Stop Loss Order เพื่อจำกัดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น หากราคาหุ้นลดลงถึงระดับที่กำหนดไว้

ความผิดพลาดของผู้จัดการกองทุน (Fund Manager Mistakes)

ความผิดพลาดของผู้จัดการกองทุน อาจทำให้เกิด Drawdown ที่สูงขึ้นได้ นักลงทุนควรติดตามผลการดำเนินงานของผู้จัดการกองทุนอย่างใกล้ชิด และพิจารณาปรับกลยุทธ์การลงทุนหากพบว่าผู้จัดการกองทุนมีความผิดพลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน

ตัวอย่างเช่น หากผู้จัดการกองทุนลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป หรือลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของนักลงทุน นักลงทุนอาจพิจารณาปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยให้ผู้จัดการกองทุนลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำลง หรือลงทุนในสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองมากขึ้น

สรุป

Drawdown เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และการควบคุม Drawdown ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการความเสี่ยงของการลงทุน นักลงทุนควรทำความเข้าใจในความหมายของ Drawdown และผลกระทบของ Drawdown ต่อการลงทุน เพื่อที่จะสามารถวางแผนการลงทุนท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *